แตกต่าง..แต่เติมเต็ม


แตกต่าง… แต่เติมเต็ม


แปลกมั๊ย..ใครๆ ก็คิดว่า เวลากับนาฬิกาเป็นสิ่งที่คู่กันเสมอ
จิง ๆ แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นซักหน่อย

เวลา… เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา.. เดินอยู่ที่เก่า

เวลา.. เราไม่อาจย้อนกลับ
 

นาฬิกา.. เราหมุนย้อนมันได้

เวลา.. เมื่อสูญเสียไปแล้วไม่อาจเรียกร้องคืน
นาฬิกา.. เสียก็ซ่อม หรือซื้อใหม่ไปเลย

 

เวลา.. ได้มาฟรีๆ ไม่ต้องแลกกะอะไร
นาฬิกา.. ยิ่งสวยยิ่งแพง ใช้เงินซื้อมันมาทั้งนั้น

แล้วอย่างนี้ มันจะคู่กันได้ยังไง ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย

หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน แต่ถ้ามันจะคู่กันแล้ว

ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว
ฉันกับเค้า.. อาจไม่มีอะไรเหมือนกัน
ฉันกับเค้า.. มีความคิด และวิถีชีวิตที่ต่างกัน
ฉันกับเค้า.. อาจเดินกันคนละเส้นทาง
ฉันกับเค้า.. อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน

ฉัน.. อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า
หาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

เค้า.. อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
ใช้ชีวิตและทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ในมุมเก่าๆ

ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันจะมองแต่ข้างหน้า
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังอยู่แบบเดิมๆ
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเขายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเขาไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง เฝ้ารอ
ความแตกต่าง อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
แต่ฉันยังเชื่อมั่น ว่าซักวัน สิ่งนั้นน่ะแหละ
ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน
ความแตกต่าง จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหาย
และสุดท้าย ก็จะเหลือเพียงแค่คำว่า..
** กันและกัน **
เหมือนกับเวลาและนาฬิกา ที่ยังคู่กันเสมอมา และตลอดไป

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

8 ตอบกลับที่ แตกต่าง..แต่เติมเต็ม

  1. You're not alone พูดว่า:

    เอ๋…..อารมณ์อย่างนี้ เค้าเรียกอารมณ์อะไรเหรอนู๋นิดอิ อิ อิ ช่างสรรหาเรื่องราวมาบอกเล่าจังคิดถึงมากมายจ้า

  2. Especially for you พูดว่า:

    กันและกัน คำนี้ใครๆก็ชอบ ใครๆก็อยากจะมีเน๊อแต่บางครั้งมันช่างยากเย็นเหลือเกิน ชอบอะ อ่านแล้วมีหลายอารมณ์ในเรื่องเดียวเลย

  3. นายหัวแหวน พูดว่า:

    นายหัวอ่านแล้วใจหาย..แป้วๆ..อย่างไร..บอกไม่ถูก ขอแสดงข้อคิดเห็นด้วยครับ นี่ เป็นแค่อีกมุมมองหนึ่ง อาจจะแย้งกับบทความนี้อยู่เล็กๆ แต่ ยืนยันว่า เป็นเจตนาดี ด้วยใจจริง ครับ การจะจับคู่กัน ก็แล้วแต่ว่าจะเปรียบเทียบเอา อาทิ แหวนคู่กับนิ้ว นาฬิกาคู่กับข้อมือ(นาฬิกาผูกข้อมือ) แต่ นาฬิกาคู่เวลา คนคู่กัน การเปรียบเทียบลักษณะนี้ ผมเองไม่ค่อยได้ยิน นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ผมรับรู้ ที่เปรียบเหมือน เวลาคู่กับนาฬิกา ฉันคู่กับเค้า ซึ่งสำหรับผมมองว่าไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไร …..แต่ทั้งนี้ จะเปรียบอย่างไรก็ตาม ช่างเตอะ ได้ทั้งนั้น..ไม่ผิด คุณนิดอาจมองเห็นนาฬิกาหมุนวนอยู่ที่เดิม แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ เข็มสั้น+ยาว ตรงกันที่เลข 12 มันอาจบอกเวลา 12 นาฬิกา หรือ 24 นาฬิกา และมันอาจตรงกันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น แต่ นั่นไม่ใช่ที่เดิม มันเดินมานานอย่างน้อย12 ชั่วโมง จึงจะตรงกันได้อีกครั้ง มันเป็นเวลาของอีกวันหนึ่งแล้วล่ะ ถ้าคิดแบบนั้น เวลาก็ซ้ำๆๆๆ ด้วยซิ มันมี 12 นาฬิกา ของทุกๆวันนี่หน่า …..แต่จะมองเห็นเป็นประการใดก็ช่างเถอะ ที่สำคัญ คือ คุณนิดไม่ควรมองที่ราคา ในลักษณะว่า เวลาไม่ต้องซื้อหาได้มาฟรีๆ นาฬิกาต้องซื้อยิ่งสวยยิ่งแพง สาระมันอยู่ที่คุณค่าของนาฬิกาต่างหากหล่าว สมัยที่เทคโนโลยี ไม่ได้พัฒนามากเท่านี้ นาฬิกามีคุณค่ามากในการบอกเวลา อยากรู้เวลาเป็นต้องดูนาฬิกา ถ้าไม่มีนาฬิกาให้ดูหวัน(ตะวัน) ถ้าไม่รู้จักเวลา บ้านผมเค้าว่า “เป็นคนไม่รู้จักหวัน” แต่ปัจจุบันไม่มีนาฬิกาก็รู้เวลาได้ จากอุปกรณ์อื่น อาทิ โทรศัพท์มือถือ หน้าจอทีวี หน้าจอคอมพิวเตอร์ ฯ เหล่านี้บอกเวลาได้คุณรู้หรือยัง(น่าจะรู้แล้ว) “แต่ถามหน่อย.. ถ้าไม่มีนาฬิกา จะรู้เวลามั๊ย” คุณนิดถามไปงั้นๆเอง ฮ่ะฮ่ะฮ่า +++นายหัว ให้เป็นทัศนะว่า หากเอาใครคนนั้นมาเปรียบเป็นนาฬิกา ก็อย่ามองที่ราคา หรือชีวิตวนเวียนซ้ำๆเก่าๆเดิมๆ ให้มองเห็นถึงคุณค่าในตัวเค้าด้วยเถิด น๊ะครับน๊ะ.

  4. ATISA พูดว่า:

    พี่แอ๋วขา ตอนนี้ไอ้น้องนิดของเรา มันเข้าค่าย โหยหาความรัก แบบเดียวกะพี่แล้วนะ .. ฮือ..ฮือ ศาไม่ยอมนะ น้องนิดต้องอยู่กะพี่ ฮือฮือ

  5. Especially for you พูดว่า:

    น้องศา จ๋า คนมีคู่ไม่รู้หรอกจ้า อิอิ

  6. nut พูดว่า:

    แวะมาก็มาเจออะไรเหมือนกับเรื่องของคนที่ทำของอะไรตกหล่นไป หายไป ถ้าพิจรณาแล้วของบางอย่างทำไว้ให้คู่กัน คือเหมือนกับคนชอบกินส่วนใบของผักแต่อีกคนชอบกินส่วนก้านของผัก ก็เลยมาบรรจบกันพอดี ของทุกอย่างจะสมบูรณ์ขึ้นได้ก็อาศัยของอย่างอื่นมาเติมเต็ม ถ้ามีแต่ฝ่ายบริหารไม่มีฝ่ายค้านก็ไม่ก่อเกิดอะไรใหม่ ถ้าโลกนี้มีแต่กลางคืนไม่มีกลางว้นมันก็ไม่สมบูรณ์ เพราะมีต้องมีกันและกันจึงจะบอกเวลากลางวันกลางคืนได้ ของบางอย่างน้นไม่มีอะไรเลวร้ายไม่มีอะไรเกินที่แก้ไขได้เพราะเมื่อมีปัญหาก็เป็นที่มาของสิ่งที่จะได้เรียนรู้ไม่มีอะไรเกินแก้ ถ้าคิดจะแก้ไข รวมแล้วทุกสิ่งอย่างเกิดที่ไหนก็ให้แก้จุดนั้น การเดินหนีไม่ใช่หนทางที่แก้ไข เพราะจะต้องไปเจอปัญหาเช่นนี้เรื่อยไป สรุปว่า ต้นไผ่ตายเพราะขุยไผ่ ต้นอ้อตายเพราะขุยอ้อ คนจะสุขจะเศร้าจะทุกข์ก็เพราะความคิดของคนนั้นๆเอง ทำลายกำแพงความคิดเปิดมุมมองใหม่แล้วมองหาสิ่งที่ขาดหายไปอะไรๆก็จะสมบูรณ์ตามคันลองที่จะเป็นไป

  7. ค่ำคืนแห่งความวังเวง พูดว่า:

    บ้านสวยนะครับ แต่ว่าบ้านนี้กำลังอินเลิฟ หรืออกหักกันแน่อ่านแล้วยังงงเลย ตกลงจะเชื่อมโยงหรือแยกจากกัน แต่ว่าคนที่ตกในภาวะอินเลิฟนะโลกนี้มันสดใสนะขอบอกๆ

  8. Own_ พูดว่า:

    แตกต่าง แต่เติมเต็ม ทำไมคิดว่านิดมีความรักหรือว่ากำลังอกหักกันน่ะความจริงตั้งใจว่าเขียนเพราะนึกถึงเพื่อนๆสมัยเรียนด้วยต่างหากเพราะเราแต่ละคนมีความแตกต่างกันค่อนข้างเยอะ แต่ก็มาเป็นเพื่อนกันได้มาอยู่ด้วยกันได้ เพราะคำว่า เติมเต็มซึ่งกันและกันนี่ล่ะ…..

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s